KruBew


แบบทดสอบหลังเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่องมหาเวสสันดรชาดก

คำชี้แจง    ตอนที่  ๑ 
ให้นักเรียนเลือกตอบคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

๑.  มหาเวสสันดรชาดก แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

                ก.  ร่ายสุภาพ                                                       ข.  ร่ายยาว

                ค. ร่ายดั้น                                                           ง.  ร่ายโบราณ

๒.  กัณฑ์ใดที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์

                ก.  กัณฑ์มหาพน                                                   ข.  กัณฑ์กุมาร

                ค.  กัณฑ์มัทรี                                                       ง.  กัณฑ์ทศพร                   

๓.  พระนางมัทรี  เป็นแบบอย่างของผู้หญิงในด้านใด

                ก.  มีความมานะอดทน                                           ข.  มีความเมตตากรุณา

                ค.  มีความจงรักภักดีต่อสามี                                     ง.  มีความเสียสละ

๔.  เทศมหาชาติภาคภาษาบาลีล้วนมีชื่อเรียกว่าอย่างไร

                ก.  ปาลีปริยัติ                                                      ข.  เทศน์ธรรมวัตร            

                ค.  เทศน์คาถาพัน                                                 ง.  เทศน์จุณณียบท

๕.  การเทศน์มหาชาติสำนวนสร้อยสังกร  เป็นมหาชาติของภาคใดของไทย

                ก.  ภาคเหนือ                                                       ข. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

                ค.  ภาคใต้                                                          ง. ภาคกลาง

๖.  มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี  มีลักษณะดีที่สุด คือข้อใด

                ก.  บรรยายโวหารให้เห็นภาพ                        

                ข.  ใช้พรรณนาโวหารได้อารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างดี

                ค.  ใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติให้เห็นภาพ    

                ง.  ใช้คำกล่าวเกินจริงให้เห็นภาพ

๗.  โวหารที่ดีเด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรี

                ก.  บรรยายโวหาร                                               ข.  พรรณนาโวหาร

                ค.  อุปมาโวหาร                                                  ง.  สาธกโวหาร
๘.  รสวรรณคดีที่ดีเด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรีคืออะไร

                ก.  เสาวรจนี                                                         ข.  นารีปราโมทย์

                ค.  พิโรธวาทัง                                                     ง.  สัลปังคพิสัย

๙.  ขณะที่พระนางมัทรีกลับจากป่านั้น เทวดาได้ลงมาขัดขวางและจำแลงแปลงกายเป็นอะไร

                ก.  ราชสีห์  อาชาไนย  เสือโคร่ง                    ข.  ราชสีห์  พญานาค  คชสาร

                ค.  อาชาไนย  โคนม  เสือเหลือง                    ง.  เสือโคร่ง  เสือเหลือง  ราชสีห์

๑๐.  เพราะเหตุใดพระเวสสันดร จึงไม่บอกพระนางมัทรีให้ทราบตั้งแต่แรกว่าได้ทานบุตรทั้งสองให้แก่ชูชกไปแล้ว

                ก. กลัวพระนางทำใจไม่ได้                               ข.  ไม่มีความจำเป็นต้องบอก

                ค.  กลัวพระนางตามเอาคืน                              ง.   กลัวพระนางหนีไป

๑๑.  “ เจ้ามัทรีผู้มีรูปงาม  ไฉนวันนี้จึงกลับเสียจนค่ำไม่ห่วงลูกห่วงผัวบ้างเลย  มาตกทุกข์ได้ยากอยู่ด้วยกันเท่านี้  ยังจะมาประพฤติมิดีหรือไร”  ข้อความนี้จัดเป็นรสวรรณคดีใด

                ก.  เสาวรจนี                                                         ข.  นารีปราโมทย์

                ค.  พิโรธวาทัง                                                     ง.  สัลปังคพิสัย

๑๒.  “ สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล  สุดโสตแล้วแม่ซับทราบสำเนียงสุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน ” ข้อความนี้ดีเด่นในด้านใด

                ก.  การเล่นสัมผัสสระ                                       ข.  การเล่นสัมผัสอักษร

                ค.  การพรรณนาโวหาร                                     ง.   การใช้อุปมาโวหาร

๑๓.  “ เจ้าไม่เคยได้ความยากย่างเท้าลงเหยียบดิน  ริ้นก็มิได้ไต่ไรก็มิได้ตอม”  ข้อความนี้ผู้แต่งใช้กลวิธีใดในการแต่ง

                ก.  อุปลักษณ์                                                        ข.  สัทพจน์

                ค.  บุคลาธิษฐาน                                                 ง.  สำนวนไทย

๑๔. ข้อใดเป็นโวหารแตกต่างไปจากข้ออื่นๆ

                ก.  พระทรวงนางสั่นระรัวริกเต้นดังตีปลา

                ข.  ทั้งสองข้างเป็นโขดเขินขอบคันขึ้นกั้นไว้

                ค.  เป็นตรอกน้อยรอยวิถีที่เฉพาะจร

                ง.  ใบชอุ่มประชุมช่อเป็นฉัตรชั้น

๑๕.  ข้อใดเป็นพรรณนาโวหาร

ก.  สุดนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล                                 

ข.  สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบสำเนียง

ค.  สุดปัญญาสุดค้นเห็นสุดคิด                                        

ง.  สุมทุมพุ่มพฤกษาป่าสูงยางใหญ่ไพรระหง

๑๖. ข้อความในข้อใดให้ความรู้สึกแตกต่างจากข้ออื่นๆ

ก.  เย็นยะเยือกเงียบสงัดเหงา                          ข.  เยือกเย็นระย่อทุกข์อกสัตว์

ค.  ความร้อนความรักจะจุกอก                         ง.   หงุบง่วงดวงพระพักตร์ผิดเผือด

๑๗.  ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ  ๑๗ – ๒๐

๑.  แสงจันทร์เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยอยู่พรายๆ

๒.  ดุเหว่าละเมอร้องก้องพนาเวศ

๓.  แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง                                  

๔.  พุ่มไม้ครึ้มเป็นเงาเงาชะโงกเงื้อม

๑๗.  ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ที่ทำให้เกิดจินตภาพ

                ก.  ข้อ ๑                   ข.  ข้อ  ๒                         ค.  ข้อ ๓                  ง.  ข้อ  ๔

๑๘.  ข้อใดเป็นโวหารบุคคลวัต

                ก.  ข้อ ๑                   ข.  ข้อ  ๒                         ค.  ข้อ ๓                  ง.  ข้อ  ๔

๑๙.  ข้อใดเป็นโวหารสัทพจน์

                ก.  ข้อ ๑                   ข.  ข้อ  ๒                         ค.  ข้อ ๓                  ง.  ข้อ  ๔

๒๐.  ข้อใดเป็นอุปมาโวหาร

                ก.  ข้อ ๑                   ข.  ข้อ  ๒                         ค.  ข้อ ๓                  ง.  ข้อ  ๔

 

 


โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
99 หมู่ 7 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ 10560


Generated 0.645084 sec.